[BT] Jimmy's Profile by เจเจกะคูแซค

posted on 31 Mar 2010 00:24 by btcinema

 

 

 

คำเตือน: สาระอยู่ตรงตัวหนานะคะ orz นอกนั้นเวิ่น 555

 

 

 

 

 

คูแซค:มาเจเจ! วันนี้เรามาทำอะไรนะ!! /น้ำเสียงตื่นเต้น!

เจเจ: อะแฮ่ม../เสยผมเล็กน้อยเพื่อความคูล

เจเจ: คือว่า อย่างนี้นะครับ นอกจากผมที่เป็นพระเอกกับเจ้าคูแซคที่เป็นตัวประกอบแล้ว

เจเจ: ในโรงหนังนี้ยังมีตัวประกอบเล็กๆอยู่อีกคนนึง

คูแซค: เฮ้ย! ฉันเป็นพระเอกดิ /ค้านทันที!

เจเจ: ซึ่งวันนี้เราก็จะมาแนะนำตัวประกอบคนนั้นนั่นละคร้าบ../ไม่สนใจไอ่แซค

คูแซค: ตัวประกอบคนนั้นสิน้าาาา /ไม่รุตัวหรอกว่าเจเมิน

เจเจ: ใช่แล้วล่ะ /กางรูปพรึ่บ!!!

คูแซค: ผ่างงง! /ส่งเสียงเป็นซาวด์เอ๊ฟเฟ็ค!

 

 

 

เจเจ: เจ้านี่ก็คือจิมมี่ยังไงล่ะ!!! /ผายมือฮัดช้างงงง

คูแซค: วะวะว้าวววว /ยังทำหน้าทีต่อไป..

เจเจ: เฮ้ย ไม่ ความจริงมันชื่อเจมส์นี่หว่า... /กุกุมขมับ

คูแซค: เป็นชื่อที่น่าหมั้นไส้มากก /ทำเสียงหมั้นไส้

เจเจ: หะ../มอง

คูแซค: เพราะมันเป็น เจมส์ บอนด์ได้อ่ะ!! เค้าไม่ยอมมม /งอแง

เจเจ: ......./มอง

เจเจ: โอเค..สรุปว่ามันชื่อเจมส์นะครับ เจมส์ วัตสัน ก็เป็นลูกน้องคุณกรนั่นแหละ =3=. /แคะ

คูแซค: อืม... นามสกุลยังเหมือนคู่หูโฮล์มส์อีก ดูมัน /แคะข้างๆเจ

เจเจ: มึงนี่หมั่นไส้มันด้วยเหตุผลแบบนี้เองเหรอเนี่ย.../มอง

คูแซค: ..... ใช่ /มอง

เจเจ: ....ความจริงกุก็หมั่นไส้มันว่ะ..

เจเจ: แม่ม..ไอ้หน้าตาเฉยเมยแบบนั้น.......น่าหมั่นไส้ชิแม้ด....= =. /แคะ

คูแซค: ..... หะ จิมมี่เฉยเมยหรอ ฉันก็ว่ามันยิ้มอยู่นาา /ว่าแล้วก็ยิ้มให้ดู

คูแซค: ใจดีด้วยน้าา

เจเจ: หะ..จริงง่ะ!

เจเจ: เห็นคุยกะมันกี่รอบๆมันก็ถามคำตอบคำทุกที =3=.

เจเจ: เป็นพวกมนุษยสัมพันธ์ไม่ดี ไม่มีคนคบแหงแซะ /แคะ

คูแซค: อาไรกานน ก็เรานี่ไงคบมันอยู่

เจเจ: ....เออก็จริง.../ช๊อค

เจเจ: เอาเถอะ เอาล่ะ! มาเข้าโปรไฟล์มาต่อดีกว่า! /กุคว้าสคริป

เจเจ: ต่อไป เพศ-สถานะ!

คูแซค: ชายไง! อา... แต่สถานะนี่ ไม่แน่ว่ะ

คูแซค: อาจจะของแข็ง /มอง

เจเจ: เออ นั่นสิ....

เจเจ: ( /ตบหัวแม่ง )เขาหมายถึงโสดหรือมีแฟนแล้วเว้ย

คูแซค: อ่อ... งั้นก็คงโสดแหละ

คูแซค: จิมมี่ไม่เห้นเคยพูดถึงใครนี่นา

เจเจ: ก็จริง..

เจเจ: แต่กุเคยเห็นมันมีผู้หญิงมาหาเยอะแยะเลยนะเว้ย....

เจเจ: แม่มมากันยั้วเยี้ยเป็นสิบคนเลย แล้วก็ร้องหา ท่านเจมเหม๊ ท่านเจมเหมร๊~~ /กุดัดเสียง

คูแซค: ........ อ่าว พวกนั้นกุนึกว่าตั้งแสดสานาจิมมี่ขึ้นมา แล้วชาบูจิมมี่เป็นแสดสาดาเสียอีก

เจเจ: แบบนั้นง้านสินะ บร๊ะแสสสาดาเจมเหมร๊ /แคะ

คูแซค: บร๊ะแสสสาดาเจมเมร๊ /ทำท่าชาบูๆ

เจเจ: เอาล่ะ หัวข้อต่อปายยย อายุกับวันเกิด

คูแซค: เอ้อ!!!! จิมมี่เกิดวันไหนว่ะเจ!! กุไม่เคยสงสัย!! เลยไม่ได้ถาม!

เจเจ: เอ่อ..เหมือนกุเคยถาม แล้วมันก็ตอบกลับมาว่า "แล้วทำไมฉันจะต้องบอกนาย" กวนตีนฉาดดด = =. /แคะ ทะมึน

คูแซค: เออแว๊... /ชี้เจ

คูแซค: กุอาจจะเคยถามแล้วเหมือนกัน..

เจเจ: หึ...แต่เรื่องนั้นน่ะ ไม่ต้องห่วงเว้ย

เจเจ: ด้วยความหมั่นไส้จนก่อเกิดเป็นความแค้นของกุ วันนี้กุเลยไปจิ๊กเป๋าตังมันมาเรียบร้อยแล้วเว้ย /ชูขึ้นมา ยิ้มชั่ว

คูแซค: โหวววว!!! มึงเลววแว๊!! ขโมยตังเค้าเนี่ยย กุไม่นึกว่ามึงจะเป็นคนแบบนี้นะเนี่ย! /น้ำเสียงผิดหวัง

เจเจ: กุขโมยเป๋าตังมันเพราะกุจะดูบัตรประชาชนมันตะหากล่ะว๊อย /ตบหัวคูแซคอีกที

เจเจ: /กุคุ้ยเป๋าแม่ง

คูแซค: โอ๊ย! /กุมหัว

เจเจ: นี่ไง /ดึงออกมา

คูแซค: ว้าววววววววว!! /ตาลุกเป้นวาว

เจเจ: 31 มกรา.....โอ้..ดูจากปีเกิด ตอนนี้ก็อายุ ยี่สิบสอง.../กุอ่าน

คูแซค: โอ้ววว!.... /เหมือนค้นพบอะไรบางอย่าง

เจเจ: ยี่สิบสองนี่ มหาลัยปีสามใช่ไหมวะ /ลูบคาง

คูแซค: ........ /ทำหน้านึก

เจเจ: มันเรียนคณะอะไรวะ อีกที....

คูแซค: ด๊อกเท้อ? /ทำเสียงกะระดะแอะ

เจเจ: ด้อกเท้อร์เจมส์ วัตสัน สินะ /แคะ

เจเจ: เอาล่ะต่อปายยยย

เจเจ: ส่วนสูงกะน้ำหนัก /กุอ่านโพย

เจเจ: มันก็สูงอยู่นะ...กุไม่เคยวัดว่ะ

คูแซค: แต่ก็เตี้ยกว่าฉันนะ /ชี้ตัวเอง

เจเจ: กุว่าแถวๆร้อยแปดสิบล่ะมั้ง น้ำหนักนี่ไม่รู้ว่ะ

เจเจ: แกเคยลองอุ้มมันไหมวะ กะๆ

คูแซค: คงจะช่ายย น้ำหนักก็ขึ้นๆลงๆแหละแว๊ แต่มันก็ผอมอยู่นะ

คูแซค: หา จะเคยอุ้มได้ไงล่ะแว๊

เจเจ: แหม่ ก็ถามดู้ววว =3=.

คูแซค: มึงไม่บอกกุก่อนแน๊ กุจะได้เคยอุ้ม

เจเจ: นี่มึงจะไปอุ้มจริงๆเหรอวะ.../นึกภาพแล้วกุสตันไป

คูแซค: อ่าว ก็อยากรู้ เราก็ต้องลงมือเด้ /ชูมือสองข้าง

เจเจ: เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนาาาาา /กุเปลี่ยนเรื่อง

คูแซค: ......... กุจะไปรุได้ไงแว๊

เจเจ: กุว่าก็คงคนประเทศนี้ละม้างงงง

เจเจ: ศาสนานี่ไม่รู้ว่ะ คริสปะวะ แต่กุก็ไม่เคยเห็นมันไปโบสถ์นะ

คูแซค: นั่นสิ ไม่สำคัญหรอกม้าง /แคะเลียนแบบเจ

เจเจ: นั่นน่ะเซ่ =3=. /แคะ

เจเจ: (/มองสคริป) ที่อยู่ ก็ที่นี่...งาน ก็ทำงานโรงหนังคุณกร...เอ้อ..ไม่มีไรให้เม้าเลยแฮะ /ไล่ๆข้อลงมา

เจเจ: อ่า! ของที่ชอบ ของที่ไม่ชอบ!

คูแซค: ว้าววว!

คูแซค: ชอบฉันไงล่ะ! จิมมี่ต้องชอบฉันสิ! ฉันยังชอบมันเลย /เสยผมวิ๊งวั้งดั่งพระเอก

เจเจ: แกก็ชอบทุกคนไม่ใช่เหรอวะ แบบนั้นไม่เท่ากับว่าทุกคนต้องชอบแกกลับรึไงวะ../มองคูแซค

เจเจ: อีกอย่างกุว่าถึงแกจะชอบมัน มันก็ไม่ชอบแกหรอก..........

เจเจ: /แคะ

คูแซค: อ่าว..... /น้ำตาคลอ

คูแซค: จิมมี่ไม่ชอบฉันหรอ โฮววววว /ร้องไห้

เจเจ: อ่าวส๊าด มึงจะร้องไห้ทำไม /ช๊อค

คูแซค: แล้วแกชอบชั้นมั้ยเจ! /เขย่าคอเจ

เจเจ: /อั่กกก

คูแซค: จิมมี่เกลียดช้านนนนนน /ลงไปทรุด

เจเจ: ชอบ..ชอบ..โอเค..ชอบ มึงปล่อยคอกู..../อั่ก

คูแซค: ชอบสินะ!! /เปลี่ยนหน้าทันที โฮววว กุรักมึงง /กอดคอ

เจเจ: /กุล่ะมึนกะอารมณ์แม่งจริงๆ...

เจเจ: โอเค จ่ะ กุรักมึง รักมากกก....แต่ตอนนี้คือพวกเราต้องอธิบายว่าจิมมี่มันชอบอะไรว่ะ../ชูสคริป

คูแซค: โอเค!! /ร่าเริง

คูแซค: หนังสือไงล่ะ!!

เจเจ: /กุปาดเหงื่อ

คูแซค: เห้นมันอ่านจัง

เจเจ: เออ จริง..

เจเจ: ไม่รู้มันอ่านอะไรนักหนา

เจเจ: แม่มอ่านทุกวัน ทุกเวลา

คูแซค: จริง! /เสริม

คูแซค: แล้วดูหนังด้วย ดูหนังๆๆ

เจเจ: เออ หนัง..

เจเจ: มันชอบหนังโหดๆนี่หว่า ใช่มะ?

คูแซค: น่าจะใช่นะ เห้นมันบอกว่ามันชอบ ซอว์ มาก

เจเจ: ซอว์........./หน้าเจือน....อืม..

เจเจ: กุว่าแม่มเป็นเอสแน่ๆ.../พึมพำ

คูแซค: งั้นเรอะ! /ช๊อค!! อย่างนั้นฉันก็เอสน่ะสิ /กัดฟันสั่น

คูแซค: แต่ยังไงชั้นก็ชอบหนังบู๊มากกว่าน่ะนะ..

เจเจ: หะ ทำไมวะ!! /ช๊อค

คูแซค: /เสยผม

คูแซค: หะ อ่อ.. กุว่ากุก็ชอบซอว์แว๊

คูแซค: /ความจริงชอบทุกเรื่องน่ะแหละ

เจเจ: ก็แกก็ชอบดูหนังแทบทุกแบบไม่ใช่รึไงวะ........

คูแซค: .......เออว่ะ

เจเจ: แล้วนอกจากหนัง กับหนังสือ แม่งชอบอะไรอีกวะ?

คูแซค: ไม่รู้แว๊ ----- /ลากเสียง

เจเจ: ทำตัวน่าหมั่นไส้ไปวันๆ /แคะ

คูแซค: ข้อมูลนอกจากนี้มันอยู่ในแดนสนธยา.... /ทำเสียงหลอนๆ

เจเจ: แบบนั้นสินะ /เหม่อ

เจเจ: เอาล่ะ ของที่มันไม่ชอบ?

เจเจ: F ในสมุดพก....?/มองหนังสือตำราของมัน

คูแซค: 555555 เป็นไปได้!! /ชี้

คูแซค: ไม่ชอบผู้หญิงปะว่ะ... เห็นพวกชาบูวมันมาทีไรก็ทำไม่สนใจทุกที

คูแซค: มันเป้นเกย์หรอว่ะ!!? /กุช๊อค

เจเจ: ไม่หรอกม้างงง....../เหงื่อตก

เจเจ: กุว่ามันรำคาญมากกว่ามั้ง พวกจิมมี่ FCนั่นน่ะ เป็นกุกุก็รำคาญแว๊

คูแซค: อ่อ จริง... /ทำหน้าบรรลุ

เจเจ: อะไรอีกแว๊..

คูแซค: แต่กุไม่รำคาญหรอกนะ ถ้ามี FC บ้างมันคงคูลน่าดู /เสยผม

เจเจ: นั่นมันมึง.../มอง

คูแซค: ก็ใช่น่ะสิ จะให้กุเป้นจิมมี่ได้ไงล่ะ /เสยผมคูล

เจเจ: อืม..ก็จริง../แคะ

เจเจ: ของที่ไม่ชอบมันมีไรอีกไหมวะ กุว่ามันค่อนข้างเฉยๆปะแว๊

คูแซค: คงอย่างนั้นล่ะแว๊ แต่กุอยากได้ FC จริงๆนะเนี่ย /เสยผมต่อไปกุยังไม่เลิก

เจเจ: มึงไปเกิดใหม่เหอะ.../มอง

คูแซค: ใจร้ายยยยยยยย!! /บีบน้ำตาชี้หน้าเจ

เจเจ: กุแค่ว่าไปตามเนื้อผ้า /แคะ

คูแซค: อ่ะฮึก.... /ทรุดลงไปพับเพียบเรียบร้อย...

เจเจ: เอาล่ะ ต่อปาย /กุไม่สล

เจเจ: งานอดิเรก สิ่งที่ทำยามว่าง

เจเจ: .......

เจเจ: แม่มก็อ่านหนังสืออีกละวะ............./วังเวง

คูแซค: นั่นน่ะสิ /รีเทิร์นกลับขึ้นมาเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น

เจเจ: ข้อนี้ไม่มีอะไรน่าสนจัย../กุข้าม

เจเจ: ความฝัน กับเป้าหมายในชีวิต..

เจเจ: กุจะรู้มันไหมเนี่ย...

คูแซค: นั่นน่ะซี /ส่ายหัวดึ๋ยๆแบบดินเดีย

เจเจ: ทำตัวเป็นบุคคลที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในโลกสินะ =3=. /แคะ

คูแซค: อย่างนั้นเรอะ!!? มีน่าล่ะ ฉันหมั้นไส้มันตั้งหลายอย่าง! ทั้งชื่อ นามสกุล แล้วก็ FC /กุเสยผมอีก

เจเจ: กุว่ามันคงบรรลุความฝันมันแล้วล่ะ ถ้างั้น...เพราะกุก็หมั่นไส้แม่งงง

เจเจ: ยิ่งเวลามันควักหวีออกมาหวีผมนะเว้ยยย..../กุรู้สึกคันตรีนขึ้นมาทันที

คูแซค: อะไรกัน แค่หวีผมเนี่ยนะ แกหมั้นไส้ผิดที่เปล่าแว๊เจ

เจเจ: แบบนั้นแกที่หมั่นไส้มันเพราะชื่อก็พอกันละวะ /มอง

คูแซค: อะไรกัน น่าหมั้นใส้ออก เจมส์ บอนด์เลยนะเว่ย!! เจมมมส์! /จริงจัง

เจเจ: ........

เจเจ: มุมมองเราต่างกันว่ะแซค

เจเจ: เราคงไปกันไม่ได้

เจเจ: เราเลิกกันเถอะ

คูแซค: ..... ม่ายยยยยยยยยยย /ทิ้งตัวลงรั้งขาเจ

คูแซค: เรายังไม่ได้เป็นแฟนกันเว่ย!! ทุ้ย! /ลุกขึ้นมาทุ้ย

เจเจ: แล้วใครบอกว่าเราเป็นแฟนกันวะสาด มึงคิดไปเองทั้งน้าน /กุแคะ

เจเจ: เอาล่ะ มูฟออนนน... ความสามารถพิเศษของเจมเหมร๊  /อิกนอร์คูแซค

คูแซค: มี FC มากมายย /ผายมือกว้าง

เจเจ: ดูหนังสยองขวัญได้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนสักกะติ๊ด...... /หน้าเบ้

คูแซค: อา ใช่ๆ โหยย กุดูหนังกะมันนะ ไม่ได้อารมณ์เลยแว๊ แม่งนั่งนิ่งยังกะหุ่นแน่ะ

เจเจ: ช่าย อะไรอีกวะ มันเรียนเก่งใช่ไหมวะ

คูแซค: ช่ายย ได้ข่าวว่าเก่งงงมากกก  /ผายมือกว้างๆอีกรอบ

เจเจ: เออ มันเรียนหมอนี่แหว่~

เจเจ: น่าหมั่นไส้อีกละ...

เจเจ: ความน่าหมั่นไส้ของมันนี่ก็ความสามารถพิเศษสินะ /แคะ

คูแซค: ว้าววว แม่ง กุอยากได้บ้างว่ะ /เสยผม

เจเจ: มึงจะอยากได้ไปทำไมวะ แบบนั้นกุก็หมั่นไส้มึงอะดิวะ /มอง

คูแซค: กุอยากรู้ว่าถูกหมั้นไส้แล้วเป้นยังไงน่ะ /ทำหน้าวิชาการ

เจเจ: มึงจะไปเขียนวิทยานิพนธ์รึงาย.../มองสคริป

เจเจ: เอาล่ะ ต่อไป ตำหนิ มันมีปะวะไอ่แซค

คูแซค: ............. กุไม่เคยเห้นมันแก้ผ้าว่ะ

เจเจ: ........................โอเค ข้ามข้อนี้ไป...

เจเจ: ต่อไป นิสัย หู้ยยยยยยย อย่าให้ท่านเจเซ่ดเลยครับ /กุรอข้อนี้มานานมาก

เจเจ: น่าหมั่นไส้ชิแม้ด.../พูดรอบที่ล้าน

คูแซค: 55555 นิสัยดีออกจิมมี่อ่ะ เขาใจดีออกน้า อย่างเช่นที่เขาช่วยชั้นตอนนั้นอ่ะ ตอนที่........................................................ ตอนไหนว่ะ 

/หันไปถามเจ

เจเจ: กุจะรู้มึงไหม.../มอง

เจเจ: ไม่เห็นเคยช่วยอะไรฉันเลย เวลาฉันกวาดตรงทางเข้าโรงหนังแม่มก็นั่งอ่านหนังสือตรงเคาท์เตอร์ทุกทีแว๊

คูแซค: อืม... มันต้องเคยช่วยบ้างแหละน่าาาา /กุพยายามนึก

เจเจ: แล้วมันก็ชอบทำหน้าตายๆ แล้วก็พูดน้อยๆ /บรรยายนิสัย

คูแซค: มีสิน่าาาา /กุยังไม่ลดละ

เจเจ: นอกจากพูดน้อยแม่มยังพูดเบาหยั่งกับกระซิบ ส๊าดดด พึมพำคนเดียวแล้วกุจะได้ยินไหมแว๊ /กุโวยสิ่งที่อัดอั้น

คูแซค: มันต้องมีเด้------ /ทำท่านึกหนัก

เจเจ: มึงยอมรับเหอะน่าว่ามันไม่มี~~~ /เขย่าาา

คูแซค: อั่กกกกก /โดนเขย่า

คูแซค: /ทำเป้นว่าขาดอากาศตายไป..

เจเจ: อ่าว ไอ่แซค /หยุดเขย่า

เจเจ: ไม่ต้องมาตอแหลเลยนะเว้ยกุไม่เจื้อหรอก /ตบหัวแม่งด้วยความรักใคร่

คูแซค: /ตื่น!

คูแซค: เห้อ! มะกี้ฉันเหมือนเห้นอาม่าฉันเรียกหาด้วยว่ะ!!

คูแซค: /เสียงตื่่นเต้น

เจเจ: หยุดเพ้อแล้วก็ช่วยกันทำมาหากินหน่อยว้อย /จ้อง แคะ

คูแซค: โอเค เข้าเรื่องครับ /ทำท่าเป้นจัดสูททั้งๆที่ใส่เสื้อยืด

เจเจ: นิสัยของจิมมี่ครับ มีอะไรจะเสริมอีกไหมครับ /ทำท่ายื่นไมค์ ทั้งที่มันเป็นม้วนสคริป

คูแซค: เอ่อ... จิมมี่น่ะหรือครับ.. เขาเป้นคนลึกลับอยู่พอสมควรครับ... กระผมก็... เสียใจด้วย.. ที่สามารถอธิบายได้เพียงเท่านี้ /น้ำเสียงวิชาการค่อดๆกระแอมไอนิดหน่อยตอนจบ

เจเจ: โอเค...ต่อไปก็ประวัติของจิมมี่ครับ คุณรู้อะไรบ้างครับคุณคูแซค /ยื่นไมค์อีกที

คูแซค: ...................กุไม่รุเลยว่ะ /ช๊อค

คูแซค: มันไม่เคยเล่าอา ไม่สิ กุไม่เคยถาม แล้วทำไมกุไม่ถามว่ะ

เจเจ: หึ...มึงไม่รู้อะไร /เสย

เจเจ: ความจริงแล้วจิมมี่แม่มเป็นเชื้อพระวงศ์ปลอมตัวมาเว้ย

คูแซค: เฮ้ยเชี่ย จริงอ่ะ!! /กุช๊อค

คูแซค: แล้วๆๆ..... ม่ายยย กุล้อไปซะเยอะเลย /เหงื่อตก

เจเจ: เออ เหี้ย มึงไม่รู้เหรอวะ แม่งสั่งตัดคอมึงได้เลยนะเว้ย

เจเจ: พ่อมันเป็นเจ้าชายเว้ย แล้วมารักกับสาวสามัญ จิมมี่เลยไม่ได้อยู่ในวังไง แต่พอจิมมี่ถึงวัยเบญจเพศเขาก็จะมารับตัวไปเว้ย /กุปั้นหน้าจริงจัง

คูแซค: ม่ายยยยย /กุมคอ!!

คูแซค: โหวววววว

คูแซค: แม่งงงง จิมมี่แม่งสุดยอดค่อดๆแว๊

คูแซค: เฮ้ยไม่สิ.. ท่านจิมมี่

คูแซค: /หวั่นๆคอจะหลุด

เจเจ: ช่าย ถึงได้มี FC ไงมึง

เจเจ: ความจริงแล้วพวกนั้นก็เป็นพวกประชากรในประเทศของจิมมี่ปลอมตัวมาเว้ย!

คูแซค: โอ้ววววววว!! แม่งงง กุว่าแล้ววว /ตบเข่าฉาด!!

เจเจ: หะ มึงว่าอะไรวะ /มองคูแซค

คูแซค: หะ ก็ว่าทำไมมันมี FC ไงมึงง /ตบอีกฉาด

เจเจ: แบบนั้นสินะ /แคะ

เจเจ: แต่กุว่ายังไงจิมมี่แม่มก็ไม่ได้ครองราชหรอกแว๊..

คูแซค: อ่าว ทำไมว่ะ!! /ช๊อค

เจเจ: ก็เพราะว่า..../เข้ม

เจเจ: /หันซ้ายหันขวา

เจเจ: มึง ก้มมาๆ

คูแซค: หะ.... /ก้มๆ

เจเจ: เพราะกุเมคเรื่องขึ้นมาเองไงสาดดด /ตบหัวมันฉาดนึง

คูแซค: ห๊าาาาา!! มึงหลอกกุแหรรรรร!!

เจเจ: ใช่ กุหลอกมึง /แคะ

เจเจ: รอบที่ล้านแล้วมั้ง...../ปั้นขี้มูก

คูแซค: แสรดด แต่กุว่ามันเป็นไปได้น่ะนะ.. /นึกดูอีกที

เจเจ: หะ...เรอะ /ช๊อค

คูแซค: ไม่รุว่ะ มึงพูดล่ะมันเหมือนจะเป็นจริงๆ /มอง

เจเจ: หะ...กุเมคเว้ยกุเมค อย่าพูดแบบนั้นสิวะ กุพลอยเสียวไปด้วย /ไปหมั่นไส้มันไว้เยอะเหมือนกัน

คูแซค: เมคสินะ /กัดฟันสั่นกึกๆๆๆ

เจเจ: ใช่../กึกๆๆๆๆ

เจเจ: โอเค หมดแล้วว่ะ /มองสครีป

เจเจ: มิอะไรจะเพิ่มเติมเกี่ยวกะจิมมี่มันไหมวะ

คูแซค:  มันเป้นเพื่อนผมครับ /ทุบอก

เจเจ: ผมยังคงยืนยันว่าผมหมั่นไส้มันครับ /แคะ

คูแซค: ผมก็หมั้นใส้มันครับ! /เสริม

เจเจ: นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วละม้าง.../แคะ

คูแซค: คงง้านล่าาา /แคะเลียนแบบอยู่ข้างๆ

เจเจ: งัน้ก็จบแค่นี้?

คูแซค: น่าจะใช่...

คูแซค: กุว่ายาวอยุ่นะ /สั่น

เจเจ: นั่นสิ..../มอง

เจเจ: เอาเต๊อะ

เจเจ: นั่นก็คือโปรไฟล์ของจิมมี่มันละคร้าบ

คูแซค: ว้าววววววววววว /ซาวด์เอ๊ฟเฟ๊คคึ

เจเจ: งั้นวันนี้พวกเราก็ขอลาไปก่อนละค้าบบบบ /โค้ง

คูแซค: ว้าววววว เช่นกันคร้าบบบบ /โค้งง

 

 

 

 

 

 

 

/จบ

 

ปล. ทำไมรู้สึกว่า ไอ่ที่ตัวหนาไว้ ก็ไม่ได้มีสาระเท่าไหร่ orz

 

5555 ยาวมาก /ช๊อค

 

 

edit @ 31 Mar 2010 01:00:21 by สต๊าฟโรงหนังกร

edit @ 22 Feb 2011 18:54:02 by สต๊าฟโรงหนังกร

[BT] J.J. - Rainman

posted on 13 Feb 2010 02:48 by btcinema  in JJ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เปรี้ยง!!!

 

 

 

ฟ้าผ่าโครมคราม แสงที่วาบขึ้นมาทำให้เห็นทัศนียภาพของป่าทึบข้างหน้า ถึงแสงสว่างจะทำให้เห็นทางข้างหน้าชัดขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเลยสักนิด... ฝนยังคงเทกระหน่ำลงมา เหมือนจะยิ่งทับถมชีวิตของผมที่ตกต่ำอยู่แล้วให้ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก .....

ผมก้มลงให้ตัวแน่บกับมอไซค์ผมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อย่างน้อยความร้อนจากตัวเครื่องก็ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นมาหน่อย

สายลมพัดหวีดหวิวอยู่ข้างหู กรีดผ่านแขนที่มีแผลช้ำของผมไป ทำเอาความเจ็บระบมที่เริ่มซาลงมันแปล๊บขึ้นมาอีกรอบ

 

ผมกัดริมฝีปากแน่น ...... ถึงจะสภาพย่ำแย่ขนาดไหนก็ต้องรอให้เจอเมืองก่อน...

 

 

 

......พวกมันจะยังตามมาไหม..........

 

……ไม่หรอกน่า.......ขับมาไกลขนาดนี้แล้ว..........

 

 

 

เปรี้ยงงง!!!!

 

 

 

ทำไมต้องมาตกอะไรตอนนี้แว๊.... ขับไปก็บ่นพึมพำขึ้นมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดปนเบลอๆชอบกล ทีตอนหน้าแล้งที่เขาปลูกอะไรไม่ขึ้นออกข่าวคนตายกันโครมครามก็ไม่ยักกะตก ต้องมาตกอะไรตอนที่ผมขับมอไซค์โต้รุ่งสะบักสะบอมมาด้วย นี่มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ! หนึ่งวันเต็มๆที่ไม่ได้นอนนี่ก็หนักหนามากพอดูอยู่แล้ว อีแบบนี้ถ้าเกิดลื่นหลุดโค้งตกเขาไปมีหวังไม่เหลือซากไว้ให้ฝังแน่ๆ...

 

...นี่ต้องขับฝ่าป่าไปอีกนานเท่าไหร่ถึงจะเจอเมืองกันเนี่ย!........

 

ผมเริ่มรู้สึกเหมือนตาจะปิด ถึงบรรยากาศจะไม่ได้น่านอนเลยสักนิดก็เถอะ....การอดนอนมันคงเริ่มทำพิษแล้ว ถ้าไม่เจอเมืองภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้คงได้ระทึกกันแน่ๆ...

 

 

 

....ถึงซะทีสิเฟ้ย....   

 

 

 

 

 

....ผมหรี่ตามองผ่านสายฝนไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

ผมเห็นมันยืนตากฝนอยู่นอกร้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้!”

 

 

ไม่หันมาแฮะ...

ผมลองตะโกนเรียกมันอีกที

 

เฮ้ยย~! ไปยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นแว๊ ~!!”พอเรียกปุ้บก็อยากแซวบ้างอะไรบ้าง เกิดอยากทำตัวแบบพระเอกในหนังขึ้นมารึไง พระเอกน่ะฉันเป็นได้แค่คนเดียวนะเว้ยย!!!”

 

 

 

กุคงยืนมองหายูเอฟโอมั้งสราด....

 

 

คำตอบของมันไม่ดังมากแต่ก็ดังพอที่จะฝ่าสายฝนมาเข้าหูผมจนได้

 

หา!!!”

 

ผมตกใจ รีบวิ่งออกไปตากฝนบ้าง

 

 ไหนๆๆๆๆๆ~!!!” ว่าพลางก็ชะเง้อชะแง้หาบนท้องฟ้าอย่างตื่นเต้น

 

มันเหลือบมาทางผมด้วยสีหน้าที่ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันต้องการจะสื่ออะไรแน่ ก่อนจะหันกลับไปมองฟ้า ยกมือสองข้างรองหัว ถอนหายใจยาว

 

ช่ายยยย....ยูเอฟโอยังไงล่ะ มันงึมงำตอบ ไม่รู้รึไง.... เขาทำวิจัยออกมาแล้วนะเว้ย ว่ารสชาติของน้ำฝนน่ะบอกได้ว่ายูเอฟโอของเอเลี่ยนเผ่าไหนกำลังบินผ่านไป เพราะว่ายานของแต่ละเผ่าเคลือบด้วยสารต่างกันเว้ย พอโดนน้ำฝนแล้วมันก็จะละลายสารเคมีนั้นออกมามีรสชาติต่างๆกันยังไงล่ะ อย่างรสขมก็เป็นเกรย์ เอเลี่ยน รสเปรี้ยวๆก็เป็นตัวเขียวๆ ส่วนรสหวานก็เป็นพวกพันธุ์สไลม์ยังไงล่ะ พอมันว่าจบก็เงยหน้าอ้าปากรองชิมน้ำฝนที่ตกลงมา

 

  ห๊ะ! จริงง่ะ!!! มึงรู้ได้ไงวะ! สุดยอดดดดด!”

ผมเบิกตากว้างอ่างอึ้งๆ รีบอ้าปากรองน้ำฝนบ้าง

 

 

ผมขมวดคิ้ว

 

 

เฮ้ย....แล้วถ้าน้ำฝนไม่มีรสนี่ มันหมายความว่ายังไงวะ?

ก็หมายความว่ายังไม่มียูเอฟโอบินผ่านมายังไงล่ะมึง

อ้อ...

 

 

......สักพักมันก็เดินกลับเข้าร้านไป....ส่วนผมก็ยังอ้าปากรองน้ำฝนอยู่อย่างนั้น....

...........ผมยืนอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง จนกระทั่งฝนหยุดตก....

 

 

........................รสชาติของน้ำฝนวันนั้นจืดสนิท....................

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

 

 

 

 

คูแซค...

 

 

 

อ่ะ!”

 

 

 

ผมกระพริบตาปริบๆ โคลงหัวเล็กน้อย หันมาทางจิมมี่ที่นั่งอยู่ตรงเคาท์เตอร์ เมื่อกี้เขาเรียกผมใช่ไหมน่ะ?

 

หือ...อะไรเหรอจิมมี่?

 ....นายดูเหม่อๆ...

เขาพึมพำเบาๆเหมือนพูดกับตัวเอง จ้องผมด้วยสีหน้าเฉยเมย มือขยับเนือยๆ ชี้ออกไปนอกประตูที่ฝนตก ซึ่งความจริงมันก็ตกมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ

 

ผมกระพริบตาทีนึง ยิ้มออกมา

ฮะๆๆ! ก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ  ผมหัวเราะ เหลือบกลับไปมองสายฝนที่ตกโปรยปรายนิดหน่อย นึกถึงเรื่องเก่าๆ...

 

 

 ....กับเอเลี่ยน...

 

จิมมี่เลิกคิ้วสูง... เห็นเขาทำหน้าแบบนั้นผมก็อดจะหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้ ถึงเขาจะไม่ได้พูดอะไรต่อก็เถอะ.......อ่า...แต่จิมมี่ก็เป็นแบบนี้เป็นปกติของมันอยู่แล้วล่ะครับ

ผมหันกลับไปมองฝนอีกครั้ง...ฝนตกทีไรผมก็นึกถึงตอนนั้นทุกที....

 

งั้น...ขอตัวแป๊บ!”

ถึงจะพูดแบบนั้นผมก็ไม่ได้รอคำตอบจากจิมมี่หรอก...ความจริงถึงจะรอ อย่างจิมมี่ก็คงไม่ตอบอะไรกลับมาอยู่ดี...ผมก็เลยเดินออกมาเลย ออกมายืนกลางฝนตรงนั้นล่ะครับ

 

 

วันนี้จะมีเอเลี่ยนไหมนะ...

 

ผมเงยหน้าขึ้นมองฟ้า อ้าปากชิมน้ำฝน

 

...ตั้งแต่วันนั้น ทุกครั้งที่ฝนตก ผมก็ทำแบบนี้มาตลอด...นับจากตอนนั้นมันก็...ราวๆหกปีแล้วสิน้า......

....หลังจากที่ทำแบบนี้มานานผมก็เริ่มตั้งข้อสังเกตได้ ว่าปกติแล้วฝนก็มักจะไม่มีรสอะไรล่ะนะ ถึงจะปะแล่มๆเล็กน้อยก็ค่อนข้างจืดอยู่ดี...อ้อ! ตอนนั้นเคยเจอเปรี้ยวๆครั้งนึงด้วย แต่ตอนนั้นไม่ได้อยู่ที่บลอดเวนนะครับ ที่บลอดเวนนี่ส่วนมากจะเป็นรสจืดแต่บางครั้งก็เค็มๆละนะ .... เค็มๆนี่บ่อยๆเหมือนกัน สงสัยแถวนี้เอเลี่ยนจะผ่านบ่อยเพราะเป็นเมืองท่า เอ...เกี่ยวกันไหมนะ

 

วันนี้ออกเค็มๆแฮะ... ผมแหงนหน้าประจันกับน้ำฝนที่ตกลงมา ไม่ค่อยลำบากเท่าไหร่เพราะฝนไม่ได้ตกหนักอะไรมากนัก

ทั้งๆที่เค็มๆแต่ไม่ยักกะเห็นยานแฮะ หลังจากประสบการณ์ชิมน้ำฝนหกปี ผมก็ได้อนุมานทฤษฎีเอาเองว่ายานคงจะบินเร็วมากไม่ก็ใช้เมฆฝนเป็นที่กำบัง หรือไม่ก็กางบาเรียลวงตาไว้แน่ๆ เพราะหกปีมานี้ไม่ว่าจะมองหายังไงก็ยังไม่เจอยูเอฟโอซักกะลำเลยล่ะครับ

หรือไม่แน่!! มันอาจจะไม่ได้มาทางฟ้าก็ได้ บางทีอาจจะบินเลียบต่ำๆ ไม่ก็พรางตัวมาในร่างคนเหมือนใน MIB! เอ๊ะ...แต่แบบนั้นฝนจะเค็มได้ยังไงล่ะ...

 

ตึก....ตึก....ตึก....

 

อ่ะ...  ผมได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ผมหรี่ตามองฝ่าสายฝน เห็นเป็นเงาตะคุ่มๆรูปร่างแปลกๆ....ไม่ใช่เงาของคนนี่! ถ้าเป็นคนแล้วที่พ่วงออกมาข้างๆคืออะไรกันล่ะ....อ่า...

 

ร...หรือว่าจะเป็น เอเลี่ยน!!!!

 

ไม่ทันได้รู้สึกตัวขาผมมันก็ก้าวออกไปแล้ว ก็มันอยากรู้นี่นา เอเลี่ยน เอเลี่ยนเชียวนะครับ! ไม่ว่าใครก็ต้องอยากเห็นทั้งนั้นแหละ

 

อ๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ว๊า~….ไม่ใช่เอเลี่ยนหรอกเหรอเนี่ย...

 

 

ห่ะ...

 

 

 

 

ผมเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะความเหนื่อยรึเปล่าทำรู้สึกว่าให้ประโยคเมื่อครู่สะกิดต่อมหงุดหงิดผมอยู่ไม่น้อย นี่ผมว่าผมเป็นคนใจเย็นแล้วนะ แต่จู่ๆมาเจอคนบ้าหลังจากอดนอนมามันก็ไม่ไหวเหมือนกันน่ะขรั่บ...

 

..... แล้วนี่ทำไมถึงคิดว่าเราเป็นเอเลี่ยนละเนี่ย....

 

 

 

........ท่าจะไม่เต็ม....

 

 

 

มอไซค์หรอกเหรอเนี่ย.... คนๆนั้นจ้องมาที่นุ้งเดนิสที่ผมประคองอยู่ ความจริงไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นคนลากมันหรือว่ามันเป็นคนช่วยค้ำยันผมกันแน่ ว่าแต่ไอ้น้ำเสียงผิดหวังแบบนั้นมันอะไรกันฟะ....

ผมหยุดยืนอยู่ตรงนั้นขณะที่เจ้าคนที่ผมไม่รู้ว่าใครนั่นเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนผมเริ่มเห็นหน้ามันชัดขึ้นทีละนิด...ทีละนิด....

 

.....เอ๊ะ....

 

อ่ะ!!”

นาย!?”

 

 

 

เจเจ!!!”

คูแซค!!!”

 

 

 

 

ป้าดดดด......มันเร็วกว่าผมแฮะ

 

 

ผมจ้องหน้ามัน มันจ้องหน้าผม จ้องกันอยู่สักพัก แล้วพวกเราก็หลุดหัวเราะพรืดดด...

 

มายืนหัวเราะบ้าบอกลางฝนทำไมผมก็ไม่รู้เหมือนกัน....

 

ฮะๆ นี่แก..มาทำอะไรที่นี่วะ...!” ในที่สุดผมก็เป็นคนเปิดประโยคแรกไปก่อน

ฉันก็อยู่ที่นี่น่ะสิ!” มันตอบกลับมาทั้งที่ยังกลั้นหัวเราะอยู่เลย

อ่าว...ไม่ได้อยู่กับ...ร้านขนมปังนั้นเหรอว๊า...

นั่นมันตั้งหกปีมาแล้ว!” มันยิ้ม มันก็เกิดอะไรขึ้นหลายๆอย่างล่ะ จะให้ย่ำอยู่กับที่ได้ยังไงล่ะ ฮ่าๆๆ

.....หกปีแล้ว...

เออ........นั่นสิ ผมนิ่งงันไปนิดหน่อย นึกคำนวนเวลาที่ผ่านมา หกปีแล้วนี่หว่า....

ช่าย...ฟังดูนาน...

ก็นานจริงๆนั่นแหละ

นั่นสิ...

อะไรๆก็เปลี่ยนไป...

แต่แกดูไม่ค่อยเปลี่ยนเลยแว๊ ผมก็ทรงเดิม รถก็คันเดิม

แกเองก็ไม่ค่อยเปลี่ยน..... ผมมองมันอีกรอบ ขมวดคิ้ว  ....ยกเว้นความสูง... จำได้ว่าตอนนั้นตัวยังเท่าๆกันอยู่เลยไม่ใช่รึไงว๊า......

มันหัวเราะอีกรอบ ดูจะยังเป็นคนอารมณ์ดีเกินเหตุเหมือนเดิม ก็เป็นข้อดีอย่างนึงของเจ้าคูแซคมันล่ะนะ

 

ครับๆ..ผมกับคูแซคเคยรู้จักกัน เมื่อหกปีก่อน ซี้ปึ้กติดกันเป็นปาท่องโก๋อยู่ช่วงนึงเลยล่ะ แล้วก็แยกๆกันไป..ไม่สิ เรียกว่าผมทิ้งมันจะตรงกับสถานการณ์นั้นมากกว่า

 

แล้วนี่เป็นไงมาไงถึงมาที่นี่ได้แว๊... เดินทางอีกอ่ะดิ แต่ปกติแกไม่เดินทางเวลาฝนตกนี่?”

ผมดึงสมาธิมาจดจ่อกับคำถามของมัน โดยที่พยายามไม่ไปจดจ่อกับความเจ็บระบบของรอยช้ำตามตัว .....นี่แกก็ถามเองแล้วก็ตอบเองอยู่ในประโยคเดียวแล้วนี่หว่า

อะไรแว๊...

ว่าแต่แกเถอะมายืนตากฝนอยู่คนเดียวทำไมวะ อยากเป็นพระเอกเอ็มวีรึไง

ก็ออกมายืนหายูเอฟโอไง

 

ผมกระพริบตาทีนึง...

 

 

หะ...

 

 

ก็ยูเอฟโอไง ที่แกเคยพูดว่า ฝนรสเปรี้ยวเป็นพันธุ์นี้ ฝนรสหวานเป็นพันธุ์นี้ มันว่าก่อนจะยกมือขึ้นมากอดอก เริ่มการบรรยายที่ไร้แก่นสารของมันไป นี่นะ ฉันทำมาตลอด แต่ก็ยังไม่เคยเจอะสักทีเลยว่ะ ยูเอฟโอเนี่ย ฉันว่ามันต้องกางบาเรียลวงตาอะไรสักอย่างแน่เลยว่ะ อืมๆ เป็นงั้นแน่ๆ........ว่าแต่รสเค็มที่เอเลี่ยนพันธุ์อะไรวะ

พันทาง

หะ...พันทาง..? หมายถึงแบบว่า เอเลี่ยนหลายๆแบบผสมกันเปล่าวะ..? โหย นี่มันมีลูกครึ่งกับข้ามดาวแล้วเหรอเนี่ย!”

 

ผมตบหัวมันไปหนึ่งฉาด

 

โอ้ย! ตบทำไมแว๊

นี่แกเชื่อด้วยเหรอวะ!!!” ผมว๊ากมันไปที

อ้าว ...ก็เห็นแกพูด

กุหลอกมึง

อ้าวเฮ้ย!!” มันดูตกใจจริงๆ สงสัยจะเชื่อสนิทเลยแฮะ กุก็ว่า...จนป่านนี้ยังไม่เจอสักกะลำ

ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่แกไม่เจอ ประเด็นมันอยู่ที่แกไม่ควรจะเชื่อตั้งแต่แรกแล้วเว่ย......ผมแยกเขี้ยวใส่มัน ขำนิดๆอยู่เหมือนกัน นี่มันเชื่อมาตลอดหกปีเลยหรือไงวะเนี่ย! เชื่อเลยจริงๆ...ถึงรู้ว่ามันเป็นคนแบบนี้ก็ยังอดอึ้งไม่ได้ สงสัยด้วยแหละ นี่มันใช้ชีวิตรอดมาถึงตอนนี้ได้ยังไงวะ....

อะไรแว๊...มันเอามือเกาหัวทำปากบุ่ยๆ ก็ตอนนั้นแกดูจริงจัง...

ก็เวลาฉันพูดโกหกกับพูดจริงหน้าตามันก็เหมือนกันอยู่แล้วผมงึมงำ ยกมือเกาจมูก

ไม่ช่ายย.....ฉันหมายถึงตอนที่แกยืนมองฟ้าอ่า เหมือนกับมองหาอะไรสักอย่างจริงจัง...

 

 

...............นี่พวกเราจะยืนตากฝนไปอีกนานเท่าไหร่วะ

 

 

เออ นั่นสิ..ลืมไปเลยแฮะ... เหมือนมันจะไม่รู้ตัวว่าผมเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว ขี้เกียจมานั่งตอบคำถามมันอีก

ลืมได้ไงวะนั่น..

อูยย..เอาน่าๆๆๆ เข้ามาในโรงหนังก่อนก็แล้วกัน ตามมาๆ เข้ามาๆๆ มันโบกมือปัดๆแล้วก็เดินนำผมเข้าไปในตึกนั่น...

 

ผมเงยหน้ามองสิ่งก่อสร้างตรงหน้าอีกทีนึง..

 

โทรมชะมัด

อย่าบ่นน่า...

 

ก็มันอดไม่ได้จริงๆนี่หว่า...

 

....รู้สึกอยากจะพูดแบบนั้นกลับไปแต่ขี้เกียจจะพูดแล้ว...พอต้องเดินต่อมันก็รู้สึกเหนื่อยจนตาจะปิด... ไงๆก็มีที่พักแล้ว รีบๆเข้าไปหลบในร่มก่อนดีกว่า

 

 

.......ผมเอาเดนิสจอดพิงไว้หน้าโรงหนัง ก่อนจะเดินตามคูแซคเข้าไป...

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่งเสร็จแล้วว่ะ..เสร็จจนได้ว่ะ..ไม่น่าเชื่อเลย.../สั่นกึกๆๆๆ

/ปิดซอยฉลอง

 

ปล. อย่างนี้ใครคือเรนแมนกันนะ...

 

 

 

 

 

[BT] Cusack - Stuck on you

posted on 24 Jan 2010 03:39 by btcinema

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



"พาร์ตสปอร์ตครับ?" 
 
 
 
 
 
 
 
 




ชายนิโกรในเครื่องแบบพูดขึ้นอย่างใจเย็น ทำให้เหตุการณ์ไล่ล่าของคนนับสิบกับตำรวจอีกเป็นเบือ เฟดหายไปเป็นฉากหลังเบลอๆ

 
 

"......" ชายร่างใหญ่อีกคนที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่มองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั่นอย่างทำตัวไม่ถูก
"พาร์สปอร์ตครับคุณ" ชายผิวเข้มย้ำ ก่อนที่ชายผิวขาวจะยื่นพาร์สปอร์ตส่งให้เขาอย่างเก้ๆกังๆ 
"ขอบคุณครับ" เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยิ้มให้ และจัดแจงใส่พาร์สปอร์ตเข้าไปในเครื่องตรวจ 



 
 
และเครื่องก็ร้อง 'ตี๊ดด-- ตี๊ดด--- ' ออกมา..
 
 
 
 
 

หยิบพาร์สปอร์ตออกมาดูให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชาวต่างชาติเบื้องหน้าอย่างพิจารณา... เขาทำหน้าสงสัยกลับมาและพยายามจะพูดภาษาอังกฤษอะไรสักอย่างที่ยากจะเข้าใจ ด้วยสำเนียงและความรู้ด้านภาษาอังกฤษของหมอนี่มีน้อยมาก ไม่ก็เท่ากับศูนย์แน่ๆ ชายผิวดำแน่ใจ...เขาจึงหยิบโทรศัทพ์ข้างตัวขึ้นมา กดหมายเลขชุดหนึ่งลงไป..

 
 
 
 

"หัวหน้าครับ มีปัญหานิดหน่อยที่ช่องที่หกครับ"

 
 
 

ชายร่างใหญ่ขมวดคิ้วหน้ามึนมองกลับไปที่เจ้าหน้าที่อย่างงงๆ เขาไม่สามารถสื่อสารอะไรได้นอกจากพูดภาษาอังกฤษง่ายๆสองสามคำ เช่น No หรือ What happens? จนในที่สุดไหล่เขาก็หนักขึ้นด้วยอุ้งมือที่หยาบหนาของชายในเครื่องแบบร่างใหญ่อีกคน และอีกหลายๆคนที่ยืนเป็นแบล็คกราวด์อีกที




 
 
"คุณนาวอร์สกี้ ขอให้คุณตามผมมา..."


 
 

 
"เฮ้!" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง ผมไม่ได้หันไป แค่ตอบกลับไปว่า 
 
 
 
 
 
"โย่ว!"


 
 
 
เสียงที่ว่านั่นเป็นของ 'เจเจ' ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่า เจเจนี่มาจาก เจเจมาร์เก็ตที่คุณกรเคยพูดถึงรึเปล่า หรือจะกางเกงเจเจที่ไว้ใส่นอน แต่บางคนก็เอามาใส่ทุกเวลา เจเจเป็นคนผิวดำ... ไม่สิ แค่คล้ำหรอก...ออกแทนๆ สีเดียวกับช๊อคโกแลต บางครั้งผมแอบคิดในใจว่าถ้าหยิบนิ้วชี้มันมากัด มันจะหักโรยลงมาแบบช๊อคโกแลตแท่งมั้ย..

 
ไม่สิ.. นี่ผมออกนอกเรื่องไปแล้ว เจเจกับผมรู้จักกันมาก่อน ก่อนที่จะผมจะเจอคุณกร เรื่องมันค่อนข้างยาว ถ้าเล่านี้คงทำเป็นได้หนังประมาณ 3 ภาค เอาไปแข่งกับเดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงได้เลย ฮ่าๆ แต่คงจะเจ๊งไม่เป็นท่าแน่ๆ แต่ถ้าผมได้เล่นเป็นพระเอกก็คงจะดีไม่น้อย อันนี้น่าคิดแฮะ.. อืมม...



 
 
"อะไรแว๊... ดึกขนาดนี้แล้วยังจะเปิดหนังดูอีกนะ คูแซค" เสียงของเพื่อนผมดังขึ้นอีกครั้ง ในจุดที่ใกล้ขึ้น ดึงผมออมาจากความคิดนั่น แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเล่นเป็นพระเอกหนังมันจะดีแค่ไหนน้าา..


"ไม่รู้ว่ะ อยู่ๆก็อยากดูเรื่องนี้ คือแบบ ... วันนี้นั่งๆคุยกับจิมมี่อยู่แล้วก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาว่ะ คือก็ไม่ได้คุยอะไรที่มันโยงมาที่หนังเรื่องนี้ได้เลยน่ะนะ... แต่ก็นะ อยากดูนั่นแหละ" ผมมองเขา พูดเหมือนพ่นคำพูดออกไป... เอะ คำพูดมันพ่นออกไปได้ด้วยเรอะ.. ถ้าพ่นแล้วมันน่าจะเร็วมากน่ะสิ แล้วอย่างนั้นใครจะฟังทันกัน... เอาน่ะ มันก็แค่เปรียบเทียบ ผมว่าไม่น่าจะจับประเด็นมันมาคิดหรอกนะ...

 
 


"คือกุชอบวิคเตอร์มากว่ะ" ผมพึมพำๆให้เขาได้ยิน ตามองจอภาพยนต์ไปแบบไม่ละ



 
 
"พูดแค่อยากดูฉันก็เข้าใจแล้วเว่ย" เพื่อนของผมส่งเสียงบุ้ยๆก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เบาะนั่งข้างๆตัวผม ผมเหลือบสายตามองเขานิดหน่อยก่อนจะกลับไปจับอยู่ที่หน้าจออีกครั้ง

"ถึงตอนที่พระเอกโดนห้ามออกไปข้างนอกแล้ว ไหนๆมาแล้วก็นั่งดูด้วยกันสิเจ" ผมหันไปพูดกับเขาปนยิ้ม ก็ไม่รู้ว่าจะยิ้มทำไม แต่ก็ยิ้มออกไป.. จริงๆผมก็ยิ้มมากเป็นปกติอยู่แล้วน่ะนะ แหม่ ก็เขาว่า ยิ้มให้โลกแล้วโลกจะยิ้มให้คุณ


 
"แหม่..." เพื่อนผิวเข้มของผมส่งเสียงแบบนั่นแล้วลากยาว "มันก็โดนห้ามทั้งเรื่องนั่นแหละ" เขาขมวดคิ้ว กอดอกและยกขาขึ้นนั่งไขว้ห้าง


"ก็นั่นคือจุดสนุกของเรื่องไม่ใช่หรือไง?" ผมถามออกไปปนกับเสียงหัวเราะ ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ 
"อืมมมมมมมม.... " เจ้าเพื่อนยากหลับตาเบ้ปากลากเสียงยาว



 
"ดูแล้วนึกถึงตัวเองนิดหน่อย" เขาหยุดนิดหน่อย..  "แหม่----- ฉันก็ติดแหง็กอยู่ในเมืองนี้เหมือนกันว่ะ ดูๆวิคเตอร์คงไม่พอใจนักหรอก ที่อยู่ในที่แคบๆแบบนั้นน่ะ ฮ่าๆ โลกนี้อีกกว้างไกลน๊ากกก"  ว่าแล้วเจเจก็อ้าแขนออกกว้าง..เหมือนจะพยายามให้รู้ว่าโลกมันกว้างขนาดไหน แต่ทำให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่เท่าโลกจริงๆหรอกนะ เจเจเอ๊ย...

 
"ถ้าแกไม่ทำ น้องเดนิส มอเตอร์ไซค์สุดที่รักของฉันพังเมื่อตอนต้นเรื่อง หนังชีวิตของฉันก็ไม่ต้องถ่ายทำที่เมืองนี้นานขนาดนี้หรอกเว่ย แล้วก็..."
 
 
 
"ฮ่าๆ"
 
 
 
ผมระเบิดหัวเราะตัดเขากลับไปอย่างเสียมารยาท จนอีกฝ่ายห้ามไม่ให้ความสงสัยและไม่ค่อยพอใจของตัวเอง
แสดงออกมาเป็นสีหน้าไม่ได้ ผมรู้สึกว่าหน้าเขาเต็มไม่ด้วยคำถามที่ว่า "มึงจะหัวเราะทำไม?" แต่ในเมื่อเขาไม่ถามออกมา ผมก็ไม่ตอบ..



"นายเคยดูเรื่องนี้รึยัง?" ผมกลับถามแบบนั่นออกไปแทน อมยิ้มเล็กๆหันกลับไปมองจอภาพยนต์  ขณะนี้นาวอร์สกี้เริ่มจะเรียนรู้การหาเงินโดยไม่ออกไปข้างนอกแล้ว  โดยการนำรถเข็นขนของไปใส่ไว้ตามที่ทางของมัน แล้วจึงได้ตังค์ตามสโลแกนของสนามบินที่ว่า "เก็บถูกที่รับ 25 เหรียญ"


"เคยแล้ว"
"จบมั้ย"
"จบสิ"
"กี่รอบ"
"รอบเดียว"
 
 
"งั้นก็ควรแก่เวลาที่จะดูอีกรอบแล้วหล่ะ" ผมเลิกคิ้วให้เขา ปากยังยิ้มไม่หุบ
" ....... " เขาเงียบ มองผมและเลิกคิ้วขึ้นสูง
" ....... " ผมเงียบ มองเขาและเลิกคิ้วขึ้นสูงบ้าง


 
 
 
"เอาว่ะ ไหนๆก็ไม่ง่วงแล้ว"





----------------------------------------------




 
 
 
 
"คูแซค..."

 
 
 


ผมงัวเงียๆ... ลืมตาขึ้นมาเห็น ชายหนุ่มผมเหลืองยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์... ผมว่าเขาพยายามจะปลุกผม ไม่สิ.. เขาปลุกผมได้แล้วน่ะแหละ แต่ด้วยเสียงที่เบายิ่งกว่าจิ้งจกหายใจแบบนั้น ไม่มีทางปลุกใครอื่นให้ตื่นได้แน่... โดยเฉพาะคนอย่างคนกร..

 
 

"หา... จิมมี่ ฉันหลับไปหรอ?" ผมขยี้ตาตัวเอง หาวหนึ่งวอด ก่อนที่โฟกัสตาจะปรับให้เข้าที่เข้าทางกับเสียงสว่างข้างนอกนั้น 

 
 
 
เขาไม่ตอบ.. เหมือนปกติ ไม่มีอะไรที่ผมต้องแปลกใจกับการเงียบและไม่แสดงสีหน้าอะไรสักอย่างของจิมมี่ เขาได้แต่มองด้วยสายตานิ่งๆของเขา เหมือนทุกที ผมเคยคิดเล่นๆว่าถ้าเขาไปดูคอนเสิร์ตหรือเล่นรถไฟเหาะ หรืออะไรสักอย่าง... หน้าของเขายังจะนิ่งไม่ติงไหวเหมือนหุ่นขี้ผึ้งที่ถูกสต๊าฟไว้อีกทีแบบนี้ไหมนะ.. แต่ผมก็เคยยกประเด็นนี้ขึ้นมากลางองค์ประชุมระหว่างผมกับเจเจสองคนแล้ว... ซึ่งจบลงอย่างรวดเร็วด้วยความเห็นตรงกันที่ว่า หน้ามันก็คงแบบนี้แหละ....


 
โอเค..  กลับมาที่เขาไม่ตอบ แต่ผมก็รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนเวรกับผม ก็จึงลุกขึ้นและเดินออกไปหาเพื่อนยากที่กวาดๆลานหน้าโรงหนังตามหน้าที่ที่คุณกรสั่งให้เมื่อครั้งเจเจมาใหม่ๆ... ซึ่งคุณกรบอกว่างานใหม่จะตามมาทีหลัง แต่ก็ไม่มาซะที เพราะคุณกรมัวแต่ตามหลังคนสวนท้ายเมืองนั่น 


 
 
"งายยยยค่ะ คุณแม่บ้าน" ผมส่งเสียงทักทายเพื่อนผิวแทน พร้อมกับแตะบ่าของเขาดังปุ เจเจหยุดมือหันมามองผม ขมวดคิ้วมุ่นจนจะพันกัน ... ถ้าคิ้วพันกันได้จริงๆคงตลกน่าดูเลยนะ ผมว่า
 
"จะว่าไป แกหัวเราะอะไรว่ะ เมื่อวาน ตอนแรกคิดว่าดูหนังจบก็รู้แล้ว" เขาหยุดนิดหน่อย "แต่ก็ไม่รู้ว่ะ จริงๆแกขำแบบไร้เหตุผลออกบ่อย แต่ครั้งนี้รู้สึกเหมือนจะมีฟามหมายนะเฟ่ย =A=. " เขาพูดเหมือนบ่นๆ


"หา? ก็ที่แกบอกว่าแกเหมือนวิคเตอร์ไง" ผมหัวเราะออกมาอีกนั่นแหละ 
"ก็ใช่น่ะสิ แล้วทำไม? นี่จะบอกว่าฉันไม่คู่ควรกับการเป็นพระเอกใช่มั้ยล่ะ" เขาก็ขำออกมา ทำไมก็ไม่รู้ แล้วก็หุบไป
"เอาจริงๆสิแว๊" ทำหน่าจริงจังขึ้นมา อ่าว อะไรแว๊ มะกี้ยังขำอยู่เลย


"อะไรเอาจริงๆ =[]=; ก็หมายถึงว่าถ้าเหมือนก็ดีแล้วนิ" ผมยิ้ม
"ดียังไง?" เขาไม่ยิ้ม
 
"แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียวหรอก"
"หะ?" 
"ก็... วิคเตอร์ไม่ได้ติดแหง็กอยู่ในอาคารเล็กๆนั่นซะที่ไหนล่ะ เขาแค่เลือกที่จะไม่ออกไปต่างหากล่ะ เขาบอกว่ารอได้ เขาเลือกเองนา "  ผมหยุดพูดตบบ่าเขาแปะๆ
 
"แล้วใครห้ามให้แกออกจากเมืองนี้รึไงล่ะ แถมแกไม่ลำบากเท่าวิคเตอร์ด้วยนา วิคเตอร์พูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้เลย แกอ่ะสบายกว่าเย้อออ ไม่เหมือนกันล่ะ เห็นแมะ" ผมยักไหล่ จริงๆก็ไม่อยากให้มันเหมือนพระเอกที่ผมชอบด้วยน่ะแหละ (ฮา)

 
"พอเรื่องหนังล่ะ พูดแลดูมีสาระขึ้นมาเชียวนะ" เขาหลุดหัวเราะนิดหน่อย
"ก็นิดนึงง แกเองก็มีเหตุผลที่จะอยู่เมืองนี้ต่อไปเหมือนวิคเตอร์นั่นแหละว้า นี่คือส่วนดีที่ฉันว่า" ผมบุ่ยปากล่างนิดหน่อย แต่ก็คิดอย่างนั้นจริงๆ ทีหลังถ้ามันบ่นเรื่องผมทำน้องเดนิสมันพังก็จะทำเบลอไม่สนใจไม่ได้ยินไปละกัน (ฮา)


 
"งั้นสินะ...." เจเจตอบเหมือนพึมพำๆกวาดๆต่อ ผมเงยหน้ามองขึ้นฟ้า มองนกที่บินผ่านไป ไล่สายตาลงมามองเข้าไปในเมืองที่มีผู้คนเดินกันให้ควัก..
 
"แล้วอีกอย่าง วิคเตอร์ได้อะไรหลายๆอย่างจากการอยู่ในอาคารนั่นด้วยนะ" ผมพูดเชิงเปรยออกมา ตายังมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา


 
 
"พูดอย่างกับฉันจะได้เมียจากเมืองนี่งั้นแหละ"  เจเจพูดปนขำ มือยังคงจับไม้กวาดทำหน้าที่ต่อไป
"เอ๋า...  อันนี้ก็ไม่แน่" ผมเลิกคิ้วขึ้น ยิ้มอย่างมีเลศนัยให้เขาก่อนจะหันไปสะดุดสายตาเข้ากับชางร่างเล็กคนหนึ่ง.. ไม่สิ ไปสะดุดกับทรงผมตั้งๆดูแปลกตาของเขามากกว่า ดูจากท่าทางแล้วไม่ใช่คนเมืองนี้แน่ๆ ...

 
ผมยิ้มออกมา ผมสนุกกับการได้เจอเพื่อนใหม่ๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน 


 
 
 
 
"ฉันอาจจะเป็นคนที่เป็นวิคเตอร์ก็ได้นะเว่ย"


 
 
 
 ผมพูดออกไปอย่างนั่นก่อนจะเดินเข้าหาชายร่างเล็กนั่น ได้ยินเสียงเพื่อนผิวแทนอุทานออกมาอย่างสงสัยว่า



 
 
 
 
 
 "ห๊ะ?"




 
 
 
 
 
 
 
 
----------------------------
 
หนังในตอนนี้ก็
กะลังคิดว่าแต่งแบบนี้... คนที่ไม่ได้ดูหนังเขาจะเข้าใจไหมนะ...
ไว้แก้ตัวตอนหน้าละกัน... orz 
 
 
ฝากคูแซคในอ้อมอกอ้อมใจอ้อมด้วยนะเคอะ *โค้ง
 
 
 

edit @ 24 Jan 2010 04:21:33 by สต๊าฟโรงหนังกร