[BT] Cusack - Stuck on you

posted on 24 Jan 2010 03:39 by btcinema in Cusack
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"พาร์ตสปอร์ตครับ?" 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชายนิโกรในเครื่องแบบพูดขึ้นอย่างใจเย็น ทำให้เหตุการณ์ไล่ล่าของคนนับสิบกับตำรวจอีกเป็นเบือ เฟดหายไปเป็นฉากหลังเบลอๆ
 
 
 
 
"......" ชายร่างใหญ่อีกคนที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่มองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั่นอย่างทำตัวไม่ถูก
"พาร์สปอร์ตครับคุณ" ชายผิวเข้มย้ำ ก่อนที่ชายผิวขาวจะยื่นพาร์สปอร์ตส่งให้เขาอย่างเก้ๆกังๆ 
"ขอบคุณครับ" เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยิ้มให้ และจัดแจงใส่พาร์สปอร์ตเข้าไปในเครื่องตรวจ 
 
 
 
 
 
และเครื่องก็ร้อง 'ตี๊ดด-- ตี๊ดด--- ' ออกมา..
 
 
 
 
 
 
หยิบพาร์สปอร์ตออกมาดูให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชาวต่างชาติเบื้องหน้าอย่างพิจารณา... เขาทำหน้าสงสัยกลับมาและพยายามจะพูดภาษาอังกฤษอะไรสักอย่างที่ยากจะเข้าใจ ด้วยสำเนียงและความรู้ด้านภาษาอังกฤษของหมอนี่มีน้อยมาก ไม่ก็เท่ากับศูนย์แน่ๆ ชายผิวดำแน่ใจ...เขาจึงหยิบโทรศัทพ์ข้างตัวขึ้นมา กดหมายเลขชุดหนึ่งลงไป..
 
 
 
 
 
 
"หัวหน้าครับ มีปัญหานิดหน่อยที่ช่องที่หกครับ"
 
 
 
 
 
ชายร่างใหญ่ขมวดคิ้วหน้ามึนมองกลับไปที่เจ้าหน้าที่อย่างงงๆ เขาไม่สามารถสื่อสารอะไรได้นอกจากพูดภาษาอังกฤษง่ายๆสองสามคำ เช่น No หรือ What happens? จนในที่สุดไหล่เขาก็หนักขึ้นด้วยอุ้งมือที่หยาบหนาของชายในเครื่องแบบร่างใหญ่อีกคน และอีกหลายๆคนที่ยืนเป็นแบล็คกราวด์อีกที
 
 
 
 
 
 
"คุณนาวอร์สกี้ ขอให้คุณตามผมมา..."
 
 
 
 
 
 
"เฮ้!" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง ผมไม่ได้หันไป แค่ตอบกลับไปว่า 
 
 
 
 
 
"โย่ว!"
 
 
 
 
 
เสียงที่ว่านั่นเป็นของ 'เจเจ' ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่า เจเจนี่มาจาก เจเจมาร์เก็ตที่คุณกรเคยพูดถึงรึเปล่า หรือจะกางเกงเจเจที่ไว้ใส่นอน แต่บางคนก็เอามาใส่ทุกเวลา เจเจเป็นคนผิวดำ... ไม่สิ แค่คล้ำหรอก...ออกแทนๆ สีเดียวกับช๊อคโกแลต บางครั้งผมแอบคิดในใจว่าถ้าหยิบนิ้วชี้มันมากัด มันจะหักโรยลงมาแบบช๊อคโกแลตแท่งมั้ย..
 
 
ไม่สิ.. นี่ผมออกนอกเรื่องไปแล้ว เจเจกับผมรู้จักกันมาก่อน ก่อนที่จะผมจะเจอคุณกร เรื่องมันค่อนข้างยาว ถ้าเล่านี้คงทำเป็นได้หนังประมาณ 3 ภาค เอาไปแข่งกับเดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงได้เลย ฮ่าๆ แต่คงจะเจ๊งไม่เป็นท่าแน่ๆ แต่ถ้าผมได้เล่นเป็นพระเอกก็คงจะดีไม่น้อย อันนี้น่าคิดแฮะ.. อืมม...
 
 
 
 
 
"อะไรแว๊... ดึกขนาดนี้แล้วยังจะเปิดหนังดูอีกนะ คูแซค" เสียงของเพื่อนผมดังขึ้นอีกครั้ง ในจุดที่ใกล้ขึ้น ดึงผมออมาจากความคิดนั่น แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเล่นเป็นพระเอกหนังมันจะดีแค่ไหนน้าา..
 
 
"ไม่รู้ว่ะ อยู่ๆก็อยากดูเรื่องนี้ คือแบบ ... วันนี้นั่งๆคุยกับจิมมี่อยู่แล้วก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาว่ะ คือก็ไม่ได้คุยอะไรที่มันโยงมาที่หนังเรื่องนี้ได้เลยน่ะนะ... แต่ก็นะ อยากดูนั่นแหละ" ผมมองเขา พูดเหมือนพ่นคำพูดออกไป... เอะ คำพูดมันพ่นออกไปได้ด้วยเรอะ.. ถ้าพ่นแล้วมันน่าจะเร็วมากน่ะสิ แล้วอย่างนั้นใครจะฟังทันกัน... เอาน่ะ มันก็แค่เปรียบเทียบ ผมว่าไม่น่าจะจับประเด็นมันมาคิดหรอกนะ...
 
 
 
 
 
"คือกุชอบวิคเตอร์มากว่ะ" ผมพึมพำๆให้เขาได้ยิน ตามองจอภาพยนต์ไปแบบไม่ละ
 
 
 
 
 
"พูดแค่อยากดูฉันก็เข้าใจแล้วเว่ย" เพื่อนของผมส่งเสียงบุ้ยๆก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เบาะนั่งข้างๆตัวผม ผมเหลือบสายตามองเขานิดหน่อยก่อนจะกลับไปจับอยู่ที่หน้าจออีกครั้ง
 
"ถึงตอนที่พระเอกโดนห้ามออกไปข้างนอกแล้ว ไหนๆมาแล้วก็นั่งดูด้วยกันสิเจ" ผมหันไปพูดกับเขาปนยิ้ม ก็ไม่รู้ว่าจะยิ้มทำไม แต่ก็ยิ้มออกไป.. จริงๆผมก็ยิ้มมากเป็นปกติอยู่แล้วน่ะนะ แหม่ ก็เขาว่า ยิ้มให้โลกแล้วโลกจะยิ้มให้คุณ
 
 
 
"แหม่..." เพื่อนผิวเข้มของผมส่งเสียงแบบนั่นแล้วลากยาว "มันก็โดนห้ามทั้งเรื่องนั่นแหละ" เขาขมวดคิ้ว กอดอกและยกขาขึ้นนั่งไขว้ห้าง
 
 
"ก็นั่นคือจุดสนุกของเรื่องไม่ใช่หรือไง?" ผมถามออกไปปนกับเสียงหัวเราะ ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ 
"อืมมมมมมมม.... " เจ้าเพื่อนยากหลับตาเบ้ปากลากเสียงยาว
 
 
 
 
"ดูแล้วนึกถึงตัวเองนิดหน่อย" เขาหยุดนิดหน่อย..  "แหม่----- ฉันก็ติดแหง็กอยู่ในเมืองนี้เหมือนกันว่ะ ดูๆวิคเตอร์คงไม่พอใจนักหรอก ที่อยู่ในที่แคบๆแบบนั้นน่ะ ฮ่าๆ โลกนี้อีกกว้างไกลน๊ากกก"  ว่าแล้วเจเจก็อ้าแขนออกกว้าง..เหมือนจะพยายามให้รู้ว่าโลกมันกว้างขนาดไหน แต่ทำให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่เท่าโลกจริงๆหรอกนะ เจเจเอ๊ย...
 
 
"ถ้าแกไม่ทำ น้องเดนิส มอเตอร์ไซค์สุดที่รักของฉันพังเมื่อตอนต้นเรื่อง หนังชีวิตของฉันก็ไม่ต้องถ่ายทำที่เมืองนี้นานขนาดนี้หรอกเว่ย แล้วก็..."
 
 
 
"ฮ่าๆ"
 
 
 
ผมระเบิดหัวเราะตัดเขากลับไปอย่างเสียมารยาท จนอีกฝ่ายห้ามไม่ให้ความสงสัยและไม่ค่อยพอใจของตัวเอง
แสดงออกมาเป็นสีหน้าไม่ได้ ผมรู้สึกว่าหน้าเขาเต็มไม่ด้วยคำถามที่ว่า "มึงจะหัวเราะทำไม?" แต่ในเมื่อเขาไม่ถามออกมา ผมก็ไม่ตอบ..
 
 
 
"นายเคยดูเรื่องนี้รึยัง?" ผมกลับถามแบบนั่นออกไปแทน อมยิ้มเล็กๆหันกลับไปมองจอภาพยนต์  ขณะนี้นาวอร์สกี้เริ่มจะเรียนรู้การหาเงินโดยไม่ออกไปข้างนอกแล้ว  โดยการนำรถเข็นขนของไปใส่ไว้ตามที่ทางของมัน แล้วจึงได้ตังค์ตามสโลแกนของสนามบินที่ว่า "เก็บถูกที่รับ 25 เหรียญ"
 
 
"เคยแล้ว"
"จบมั้ย"
"จบสิ"
"กี่รอบ"
"รอบเดียว"
 
 
"งั้นก็ควรแก่เวลาที่จะดูอีกรอบแล้วหล่ะ" ผมเลิกคิ้วให้เขา ปากยังยิ้มไม่หุบ
" ....... " เขาเงียบ มองผมและเลิกคิ้วขึ้นสูง
" ....... " ผมเงียบ มองเขาและเลิกคิ้วขึ้นสูงบ้าง
 
 
 
 
 
"เอาว่ะ ไหนๆก็ไม่ง่วงแล้ว"
 
 
 
 
 
----------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
"คูแซค..."
 
 
 
 
 
 
ผมงัวเงียๆ... ลืมตาขึ้นมาเห็น ชายหนุ่มผมเหลืองยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์... ผมว่าเขาพยายามจะปลุกผม ไม่สิ.. เขาปลุกผมได้แล้วน่ะแหละ แต่ด้วยเสียงที่เบายิ่งกว่าจิ้งจกหายใจแบบนั้น ไม่มีทางปลุกใครอื่นให้ตื่นได้แน่... โดยเฉพาะคนอย่างคนกร..
 
 
 
 
"หา... จิมมี่ ฉันหลับไปหรอ?" ผมขยี้ตาตัวเอง หาวหนึ่งวอด ก่อนที่โฟกัสตาจะปรับให้เข้าที่เข้าทางกับเสียงสว่างข้างนอกนั้น 
 
 
 
 
เขาไม่ตอบ.. เหมือนปกติ ไม่มีอะไรที่ผมต้องแปลกใจกับการเงียบและไม่แสดงสีหน้าอะไรสักอย่างของจิมมี่ เขาได้แต่มองด้วยสายตานิ่งๆของเขา เหมือนทุกที ผมเคยคิดเล่นๆว่าถ้าเขาไปดูคอนเสิร์ตหรือเล่นรถไฟเหาะ หรืออะไรสักอย่าง... หน้าของเขายังจะนิ่งไม่ติงไหวเหมือนหุ่นขี้ผึ้งที่ถูกสต๊าฟไว้อีกทีแบบนี้ไหมนะ.. แต่ผมก็เคยยกประเด็นนี้ขึ้นมากลางองค์ประชุมระหว่างผมกับเจเจสองคนแล้ว... ซึ่งจบลงอย่างรวดเร็วด้วยความเห็นตรงกันที่ว่า หน้ามันก็คงแบบนี้แหละ....
 
 
 
โอเค..  กลับมาที่เขาไม่ตอบ แต่ผมก็รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนเวรกับผม ก็จึงลุกขึ้นและเดินออกไปหาเพื่อนยากที่กวาดๆลานหน้าโรงหนังตามหน้าที่ที่คุณกรสั่งให้เมื่อครั้งเจเจมาใหม่ๆ... ซึ่งคุณกรบอกว่างานใหม่จะตามมาทีหลัง แต่ก็ไม่มาซะที เพราะคุณกรมัวแต่ตามหลังคนสวนท้ายเมืองนั่น 
 
 
 
 
"งายยยยค่ะ คุณแม่บ้าน" ผมส่งเสียงทักทายเพื่อนผิวแทน พร้อมกับแตะบ่าของเขาดังปุ เจเจหยุดมือหันมามองผม ขมวดคิ้วมุ่นจนจะพันกัน ... ถ้าคิ้วพันกันได้จริงๆคงตลกน่าดูเลยนะ ผมว่า
 
"จะว่าไป แกหัวเราะอะไรว่ะ เมื่อวาน ตอนแรกคิดว่าดูหนังจบก็รู้แล้ว" เขาหยุดนิดหน่อย "แต่ก็ไม่รู้ว่ะ จริงๆแกขำแบบไร้เหตุผลออกบ่อย แต่ครั้งนี้รู้สึกเหมือนจะมีฟามหมายนะเฟ่ย =A=. " เขาพูดเหมือนบ่นๆ
 
 
"หา? ก็ที่แกบอกว่าแกเหมือนวิคเตอร์ไง" ผมหัวเราะออกมาอีกนั่นแหละ 
"ก็ใช่น่ะสิ แล้วทำไม? นี่จะบอกว่าฉันไม่คู่ควรกับการเป็นพระเอกใช่มั้ยล่ะ" เขาก็ขำออกมา ทำไมก็ไม่รู้ แล้วก็หุบไป
"เอาจริงๆสิแว๊" ทำหน่าจริงจังขึ้นมา อ่าว อะไรแว๊ มะกี้ยังขำอยู่เลย
 
 
"อะไรเอาจริงๆ =[]=; ก็หมายถึงว่าถ้าเหมือนก็ดีแล้วนิ" ผมยิ้ม
"ดียังไง?" เขาไม่ยิ้ม
 
"แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียวหรอก"
"หะ?" 
"ก็... วิคเตอร์ไม่ได้ติดแหง็กอยู่ในอาคารเล็กๆนั่นซะที่ไหนล่ะ เขาแค่เลือกที่จะไม่ออกไปต่างหากล่ะ เขาบอกว่ารอได้ เขาเลือกเองนา "  ผมหยุดพูดตบบ่าเขาแปะๆ
 
"แล้วใครห้ามให้แกออกจากเมืองนี้รึไงล่ะ แถมแกไม่ลำบากเท่าวิคเตอร์ด้วยนา วิคเตอร์พูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้เลย แกอ่ะสบายกว่าเย้อออ ไม่เหมือนกันล่ะ เห็นแมะ" ผมยักไหล่ จริงๆก็ไม่อยากให้มันเหมือนพระเอกที่ผมชอบด้วยน่ะแหละ (ฮา)
 
 
"พอเรื่องหนังล่ะ พูดแลดูมีสาระขึ้นมาเชียวนะ" เขาหลุดหัวเราะนิดหน่อย
"ก็นิดนึงง แกเองก็มีเหตุผลที่จะอยู่เมืองนี้ต่อไปเหมือนวิคเตอร์นั่นแหละว้า นี่คือส่วนดีที่ฉันว่า" ผมบุ่ยปากล่างนิดหน่อย แต่ก็คิดอย่างนั้นจริงๆ ทีหลังถ้ามันบ่นเรื่องผมทำน้องเดนิสมันพังก็จะทำเบลอไม่สนใจไม่ได้ยินไปละกัน (ฮา)
 
 
 
"งั้นสินะ...." เจเจตอบเหมือนพึมพำๆกวาดๆต่อ ผมเงยหน้ามองขึ้นฟ้า มองนกที่บินผ่านไป ไล่สายตาลงมามองเข้าไปในเมืองที่มีผู้คนเดินกันให้ควัก..
 
"แล้วอีกอย่าง วิคเตอร์ได้อะไรหลายๆอย่างจากการอยู่ในอาคารนั่นด้วยนะ" ผมพูดเชิงเปรยออกมา ตายังมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
 
 
 
 
"พูดอย่างกับฉันจะได้เมียจากเมืองนี่งั้นแหละ"  เจเจพูดปนขำ มือยังคงจับไม้กวาดทำหน้าที่ต่อไป
"เอ๋า...  อันนี้ก็ไม่แน่" ผมเลิกคิ้วขึ้น ยิ้มอย่างมีเลศนัยให้เขาก่อนจะหันไปสะดุดสายตาเข้ากับชางร่างเล็กคนหนึ่ง.. ไม่สิ ไปสะดุดกับทรงผมตั้งๆดูแปลกตาของเขามากกว่า ดูจากท่าทางแล้วไม่ใช่คนเมืองนี้แน่ๆ ...
 
 
ผมยิ้มออกมา ผมสนุกกับการได้เจอเพื่อนใหม่ๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน 
 
 
 
 
 
 
"ฉันอาจจะเป็นคนที่เป็นวิคเตอร์ก็ได้นะเว่ย"
 
 
 
 
 
 ผมพูดออกไปอย่างนั่นก่อนจะเดินเข้าหาชายร่างเล็กนั่น ได้ยินเสียงเพื่อนผิวแทนอุทานออกมาอย่างสงสัยว่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 "ห๊ะ?"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
----------------------------
 
หนังในตอนนี้ก็
กะลังคิดว่าแต่งแบบนี้... คนที่ไม่ได้ดูหนังเขาจะเข้าใจไหมนะ...
ไว้แก้ตัวตอนหน้าละกัน... orz 
 
 
ฝากคูแซคในอ้อมอกอ้อมใจอ้อมด้วยนะเคอะ *โค้ง
 
 
 

edit @ 24 Jan 2010 04:21:33 by สต๊าฟโรงหนังกร

edit @ 28 May 2012 10:11:10 by สต๊าฟโรงหนังกร

Comment

Comment:

Tweet

จะเรี่ยมากอ่ะ

สำนวนแหนว มันจะเรี่ยมากกกกกกกกกกกกกกกก

5555555555555555555555555+

กุชอบบบบบบบบบบบบบบบ


.........

//มองเม้นต์แรก

โถ...............

//ทำลายบล็อคทิ้ง

#9 By Nye on 2010-01-24 18:40

รับคูแซคไว้ในอ้อมใจ *โค้ง*
ตอนอ่านน่ะ ไม่ตั้งใจจะขำ แต่มันขำตรง "อะไรแว๊" ล่ะตัวเอ๊ง 555+

#8 By อีฟ on 2010-01-24 11:44

หอกหัก ...

แดม ...

ยังไม่ได้อ่านหรอก


แต่แวะเข้ามากะจะอ่าน

แต่ไม่อ่านแล้ว

ไว้เช้า ... ง่วง

จะเข้ามาบอกว่า


เอนทรี่นี้ เกรียนเม้นท์ไวเยอะชิบ

#7 By Pupu Meteor on 2010-01-24 04:55

รับคูแซคไว้ในอ้อมใจพี่..../กอดสาคูวววว

มาเม้นต์เกรียน เฉยๆเม้นต์จริงเดี๋ยวตามมา

#6 By akua on 2010-01-24 04:44

บ๊ะ แอบน่ารักล่ะตัว

ขำ "อะไรแว๊"

#5 By ทราย (Xiang-gu) on 2010-01-24 04:41

/มองคนที่แต่งเองเม้นต์เอง...

นี่มันจบแบบหนังที่จบให้ลุ้นภาคต่อชัดๆ.../มองชายผมตั้งปริศนา ที่ไม่ค่อยจะปริศนา...

อา..เทอร์มินอล ชั้นชอบหนังเรื่องนี้ว่ะ /จริงจัง
เหมือนวิคเตอร์สินะ....อา...ถ้านุ้งเดนิสไม่พังละก็นะ... /กุบ่นแทนเจเจอีกละ 55555

คูแซคแม่มเวิ่นเว้อว่ะ 5555 แต่ไม่เป็นไร กุชอบบบ
กุชอบที่มึงเอาหนังมาโยงกะเรื่องว่ะ เข้ากะชื่อบลอคดี มึงจะทำแบบนี้ทุกตอนสินะ (/บีบไหล่) พยายามเข้านะมึง

มายเจเจ.... /แดกช็อกโกแล็ตเจเจ

ปล. แท็กนั่นมัน...

#4 By D.C.เก้าแต้ม on 2010-01-24 04:26

/เนื่องด้วยตอนนี้อาการมึนๆด้วยฟามง่วงนอน

แต่อยากบอกว่า...

ตูชอบว่ะพี่ ด้วยการจัดเรื่องอะไรหลายๆอย่าง เยี่ยม /ชูนิ้วเยี่ยม

น่ารักแว๊ 5555 โอยย ไม่สามารถบอกอะไรได้นอกจาก ชอบว่ะพี่.../สีหน้าจริงจัง บีบไหล่พี่หนาด้วยมือสองข้าง




อาวววล่ะ /ถลกแขนเสื้อ

#3 By kno21 on 2010-01-24 04:25

หอย ฮาว่ะ ยังไม่ได้อ่าน มาฮาเม้นท์แกก่อน

หอกหัก

ขำชิหัย ...

ไว้จะมาอ่านอีกที .. ดึกๆกลัวตาลาย

ปล.ขำน้องพลอยจริงๆจังๆว่ะ เชรี่ยม
แต่งเองเม้นท์เอง

#2 By Pupu Meteor on 2010-01-24 04:18

คูแซคลูกแม่



/แต่งเองเม้นท์เอง 5555


เยี่ยม

#1 By Kid [Naokun] on 2010-01-24 04:11